| มารู้จัก 514 คืออะไร ? |
|
ลุงแดง เขาสก...เรียบเรียง ทำไมต้อง 514 ? สฎ.1 (รหัส 508) ศูนย์กลางของเขตงานอยู่ที่ฐานที่มั่นบนเขาช่องช้าง เทือกเขานครศรีธรรมราชด้านทิศตะวันตก เขตอำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฏร์ธานี รับผิดชอบการเคลื่อนไหวในพื้นที่ อำเภอบ้านนาเดิม อำเภอบ้านนาสาร อำเภอเวียงสระ (บางส่วน) ไปเชื่อมต่อกับพื้นที่เคลื่อนไหวของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เขตนครศรีธรรมราช ทางทิศใต้ของอำเภอฉวาง และทางทิศตะวันออกของเขตกรุงชิง สฏ.3 (รหัส 511) ศูนย์กลางของเขตงานอยู่ที่ฐานที่มั่นบนเทือกเขานครศรีธรรมราชด้านทิศเหนือสุด เขตอำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฏร์ธานี รับผิดชอบการเคลื่อนไหวในพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอดอนสัก อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ฯ และบางส่วนของอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช เคียนซา : จากป่าดงดิบ สู่บ้านนักปฏิวัติ จนปี พ.ศ.2509 พคท.เริ่มส่งผู้ปฏิบัติงานจาก “ฝ่ายเขา” (508 หรือ บี5) ข้ามแม่น้ำตาปีมาสืบสภาพในเขตอำเภอเคียนซา และเริ่มส่งผู้ปฏิบัติงานชุดแรกเข้ามาเคลื่อนไหวมวลชนในปีต่อมา เริ่มจากเคลื่อนไหวโฆษณาแนวทางและนโยบายของพรรคฯ ด้วยกลยุทธ์ “ปรับทุกข์ ผูกมิตร” ร่วมทุกข์ ร่วมสุข ร่วมศึกษากับมวลชน จนได้รับการยอมรับจากมวลชนอย่างกว้างขวาง เขตการเคลื่อนไหวขยายไปอย่างรวดเร็ว พ.ศ.2514 มีการจัดตั้งกองทหารปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย (ทปท.) เขตงาน 514 ในวันที่ 7 สิงหาคม 2514 ที่บริเวณไร่อ้อย บ้านพรุส้ม หมู่10 ตำบลพ่วงพรมคร อำเภอเคียนซา จนถีง พ.ศ.2516 กระแสการปฏิวัติโหมกระพือไปทั่วดงเคียนซา ประกอบกับกระแสการต่อสู้ของนิสิตนักศึกษาประชาชนในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ยิ่งทำให้ขบวนการปฏิวัติเติบใหญ่ มีการจัดตั้งค่ายทหาร ค่ายการผลิต (หน่วยพลาธิการ) โรงเรียนการเมืองการทหารขึ้นตามจุดต่าง ๆ รอบค่าย 514 มวลชนมีความตื่นตัวทางการเมืองสูง การสู้รบขยายตัวออกไปอย่างกว้างขวาง ลักษณะพิเศษ เขตงาน 514 ด้วยเงื่อนไขทางด้านภูมิศาสตร์ดังกล่าว คณะกรรมการพคท. เขต 514 จึงกำหนดเข็มมุ่งของงานไว้ที่มวลชนเป็นหลัก ฝากความปลอดภัย ฝากชีวิตไว้กับมวลชน กำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานทั้งด้านการเมืองและทหารทุกคนกลมกลืนกับมวลชน ร่วมทุกข์ร่วมสุข ร่วมทำการผลิต จนเป็นหนึ่งเดียวกับมวลชน งานแนวร่วมและงานเศรษฐกิจ ในส่วนของกองทัพ 514 มีการจัดตั้งฝ่ายผลิต ตั้งเล้าไก่ คอกหมู ตัดหวาย ผลิตสินค้าการเกษตรส่งไปขายในเมืองเพื่อหาทุนสนับสนุนกองทัพ ขณะเดียวกันก็ตั้งค่ายการผลิตหรือค่ายพลาธิการ ทำการเพาะปลูก ทำไร่ ทำสวนยางของตัวเอง เพื่อจะไม่รบกวนมวลชนจนเกินไป 514 การรบที่ไม่มีแนวรบ การทหารในเขต 514 กลายเป็นการรบที่ไม่มีแนวรบ ไม่มีแนวหน้า ไม่มีแนวหลัง ทปท.เขต 514 ใช้การรบแบบจรยุทธ์เป็นหลัก มวลชนเป็น “ผนังทองแดง กำแพงเหล็ก” ที่แท้จริง สามารถต้านการล้อมปราบของศัตรูได้อย่างแข็งขัน ไฟลามทุ่ง หลังนองเลือด 6 ตุลา
ไฟศรัทธายังโชนแสง อย่างไรก็ตาม ช่วงปี พ.ศ.2523 - 2525 เกิดความขัดแย้งทางด้านความคิดและการนำในขบวนการปฏิวัติของพคท.อย่างรุนแรง เขตงาน 514 ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งนี้อย่างหนัก ผู้ปฏิบัติงานระดับสูง (คณะกรรมการจังหวัด หรือ กจ.) ถูกสั่งย้ายยกชุดโดยมติคณะกรรมการระดับภาค มีการโยกย้ายผู้ปฏิบัติงาน ทั้งฝ่ายนำการทหารและงานมวลชน ที่คุ้นเคยกับมวลชน และคุ้นเคยกับพื้นที่ออกไปจำนวนมาก เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสับสนกับผู้ปฏิบัติงานและมวลชน จนแกนนำระดับสูงต่างตัดสินใจทยอยกัน “ลงบ้าน” (กลับไปใช้ชีวิตแบบมวลชนทั่วไป) และมีบางส่วนไป”ออกตัว” (มอบตัว) กับทางการ อย่างไรก็ตามผู้ปฏิบัติงาน ทหาร และมวลชนที่เหลืออยู่ ยังคงยืนหยัดต่อต้านการล้อมปราบของรัฐบาลอย่างกล้าหาญ ทว่า ไฟแห่งการปฏิวัติค่อย ๆ ดับมอดลง กระทั่งปี 2527 มีความพยายามสร้างค่ายที่บ้านน้ำราด อำเภอคีรีรัฐนิคม ถือเป็นค่ายสุดท้ายของเขตงาน 514 อย่างไรก็ตาม ในท่ามกลางความมืดมิดของดงเคียนซาวันนี้ ไฟปฏิวัติยังคงโชนแสงอยู่ในหัวใจของทหาร ทปท. ผู้ปฏิบัติงานและมวลชนจำนวนมาก ตำนานการต่อสู้อันวีระอาจหาญของนักปฏิวัติ 514 ยังเป็นที่กล่าวขานและอยู่ในความทรงจำไม่เสื่อมคลาย ด้วยความระลึกถึง และคารวะต่อวีรกรรมของลูกที่ดีของประชาชน บรรดาอดีตนักปฏิวัติเขตงาน 514 จึงร่วมมือกับมวลชนจัดตั้ง “ศูนย์เรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ ค่าย 514” ณ บ้านในปราบ หมู่ 5 ตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฏร์ธานี ขึ้นเพื่อบันทึกตำนานการต่อสู้ของนักรบประชาชนแห่งผืนป่าดงเคียนซา ไว้เป็นประวัติศาสตร์ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ ทั้งยังเป็นการส่งต่อจิตใจ “กล้าต่อสู้ กล้าเอาชนะ” เพื่อสังคมที่เป็นธรรม ไร้การกดขี่ข่มเหง ให้ลูกหลานไทยได้สืบทอดภารกิจประวัติศาสตร์สืบไป ----------------------------- |